ฟังเพลงรัก

<iframe width=”560″ height=”315″ src=”http://www.youtube.com/embed/MDBYyS7UYtY&#8221; frameborder=”0″ allowfulls<iframe width="420" height="315” src=”http://www.youtube.com/embed/uzLEh82LSDY&#8221; frameborder=”0″ allowfullscreen>creen>

Advertisements

ความหมายดอกกุหลาบ

 

กุหลาบแดงและขาวรวมกัน สื่อความหมายให้รู้ว่า “สองเราเป็นหนึ่งเดียวกัน”

กุหลาบสีชมพู หมายถึง “ความงดงามและความอ่อนโยน”

กุหลาบสีเหลือง บอกเป็นนัยว่า “ขอเป็นชู้ทางใจ” หรือ หมายถึงความสุข สนุกสนาน ร่าเริง

กุหลาบสีส้ม เพื่อบอกความในใจถึงความรักและสิ่งที่ผ่านมา

กุหลาบแดงเข้ม(สีเหมือนไวน์แดง) แทนคำว่า “เธอช่างสวยเหลือเกิน”

กุหลาบสีขาว บอกว่า “ฉันรักเธอด้วยใจบริสุทธิ์ ไม่หวังสิ่งใดตอบแทน”

กุหลาบตูม ที่มีทั้งใบและหนาม บอกให้รู้ว่า “แม้ฉันจะวิตกอยู่บ้าง แต่รู้ว่าเธอคงไม่ปฎิเสธ”

กุหลาบตูมที่ริดใบทิ้งหมด แสดงให้เห็นว่าผู้ให้รู้สึกทุกสิ่งทุกอย่าน่ากลัวไปหมด

กุหลาบตูมที่ริดหนามทิ้งหมด แสดงให้เห็นถึงความหวังที่มีอย่างเปี่ยมล้น

กุหลาบตูมสีแดง แสดงให้เห็นถึงความรักที่ไร้เดียงสา “รักของฉันเพิ่งแรกแย้ม และอ่อนต่อโลก”

กุหลาบตูมสีขาว แสดงถึงความมีเสน่ห์น่าหลงใหล ไร้เดียงสาในเรื่องความรัก

กุหลาบบานหนึ่งดอก และกุหลาบตูม 2 ดอก อยากบอกว่า “นี่คือความรักที่ฉันแอบซ่อนไว้”

กุหลาบบานสีแดง บอกให้รู้ว่า “ฉันรักเธอเข้าแล้ว”

กุหลาบสีแดงที่โรยแล้ว เขาอยากจะบอกให้คุณรู้ว่า “ความรักของเรานั้นจบลงแล้ว”

กุหลาบสีขาวที่โรยแล้ว แทนความหมาย “เสน่ห์ของเธอมันจืดจางลงแล้ว”

กุหลาบไร้หนาม ให้รู้ว่า “เธอช่างมีเสน่ห์น่าหลงไหลแม้ยามแรกพบ”

กุหลาบดอกเดียวแทนความหมาย “รักฉันแม้เรียบง่าย แต่ก็มั่นคงกับเธอผู้เดียว”
เก็บกระทู้

วิธีการปลูกกุหลาบ

วิธีเตรียมดินปลูกกุหลาบ……

กระถางใบใหญ่ ให้เจาะรูกระถางด้านข้างใกล้ก้นกระถางเพิ่ม 2 รู ให้ผสมดิน1 ส่วน ต่อ ขุย มะพร้าว 1 ส่วน ให้ร่วนน้ำระบายได้ดี จากนั้นใส่ปุ๋ยคอก หรือ มูลค้างคาว อาจใช้กระดูกป่นถ้ามีสัก 1 กำมือ อย่าเยอะกว่านี้ คลุกส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันตั้งทิ้งไว้ มากน้อยเท่าไรขึ้นอยู่กะขนาดของกระถางที่จะปลูก เอาดินที่เตรียมลงก่อน เอากุหลาบวางลงไปตรงกลางให้ต่อกุหลาบเอนไปด้านหลังนิดหน่อย กลบดินให้ทั่ว โรยด้วยปุ๋ยออสโมโค้ท สูตรเสมอ 3 หรือ 6 เดือนก็ได้ 1-2 ช้อนโต๊ะ ปิดด้วยดินจนมิด โรยด้านบนทับด้วย 15-0-0 ซัก 1 ช้อนโต๊ะ ถ้าไม่มี ใช้ปุ๋ยปลาป่น ได้เหมือนกัน ซัก 1 กำมือ ห้ามกดอัดดินเด็ดขาด ด้านบนให้หาวัสดุจำพวกฟาง หรือ ขุยมะพร้าวมาปิดทับอีกที รดน้ำให้ชุ่มถ้าดินยุบค่อยเติมดินใหม่ได้ จากนั้นทุกครึ่งเดือนใช้ 15-0-0 โรยประมาณ ครึ่งช้อนโต๊ะ สลับกับปุ๋ยปลาป่น 1-2 ช้อนโต๊ะ จนกว่าต้นจะงาม พยายามเด็ดดอกทิ้ง 2-3 รอบก่อน เวลาออกดอกดอกจะได้ใหญ่ สีสดใส ช่วงที่ใบงามแล้ว อาจจะสลับด้วย 13-0-46 ก็ได้ค่ะ เพื่อเร่งให้ดอกออก และดอกจะได้ใหญ่ๆ….

หลังตัดดอกแล้ว กุหลาบจะโทรมควรกลับมาบำรุงด้วยปุ๋ยปลาป่นอีกรอบ สลับกับ 15-0-0 แนะนำว่าควรฉีดพ่นด้วยปุ๋ยเร่งดอก ทางใบทุกอาทิตย์ จะเป็นปุ๋ยปลาน้ำ หรือ ไบโอบลูม สูตรสำหรับกุหลาบ ก็ได้ค่ะ

การให้ปุ๋ยทางใบ และยา……นี่แล้วแต่สะดวกค่ะ ส่วนมากเจ้บัวจะใช้กันรากเน่า โคนเน่า กันเพลี้ยไฟทุกอาทิตย์
– ป้องกันเพลี้ย…. ใช้ พรอส หรือ อะบาแมกติน หรือ ครอฟีดอร์ หรือ อิมิดาครอฟิด หรือ ไซเบอร์แมทติน
– กันรา โรค ต่างๆ…. ใช้ ซาพรอท แมนโคเซ็ท แบนเลท “ตรฟอรีน ไตรนิโนคอนโซล
– กันแมลง หนอน…. ใช้ แลนเนท

แต่ถ้าไม่ต้องการใช้ สารเคมี แนะนำให้ใช้ น้ำอิง บวก ตัวจับใบ หรือ น้ำยาล้างจานนิดหน่อย ควรฉีดพ่น ทุก 3-4 วัน

แสงแดด…… กุหลาบต้องการแดด 5-6 ชั่วโมงต่อวัน ถ้ากุหลาบเพิ่งมาใหม่ ถ้าไม่แน่ใจก็ลองดูก่อนค่ะ ถ้าเห็นใบเหยี่ยวๆก็ลากเข้าที่ร่ม จากนั้นค่อยๆเพิ่มปริมาณแสงขึ้นเรื่อยๆ

การรดน้ำ…… กุหลาบชอบชื้น แต่ห้ามแฉะ ไม่แน่ใจให้ใช้นิ้วสัมผัสที่ดิน ถ้าแห้งก็รดน้ำ แต่ถ้าชื้นๆก็หยุดไม่ต้องรดน้ำ เดี๋ยวรากเน่าค่ะ…..

ไม่เข้าใจอะไรรบกวนสอบถามได้ตลอด ไม่รู้จะไปหาคำตอบ จากผู้รู้ให้ค่ะ…..

อีกสูตรค่ะ ของ อาจารย์ พจนา นาควัชระ……

วิธีเตรียมดินปลูกกุหลาบ……

การปลูก….. กระถาง 10 นิ้วขึ้นไป ถ้าปลูกลงดิน จะงอกงามดีกว่ากระถาง ควรเว้นระยะห่าง 60-80 ซม.

ส่วนผสมของดินปลูก…..- ดิน 1 ส่วน
– อินทรีย์วัตถุ (ปุ๋ยหมัก ใบไม้ผุ หรือ แกลบ) 2 ส่วน
– ปุ๋ยคอก 1 ส่วน
– ขุยมะพร้าว (ใช้หรือไม่ก็ได้) 1/2 ส่วน

ที่ตั้งแปลง หรือ ที่วางกระถาง….. เป็นที่มีแดดอย่างน้อย 1/2 วัน ปกติกุหลาบต้องการแดดเต็มวัน แต่เนื่องจากกุหลาบไม่ชอบอากาศร้อน ดังนั้นในช่วงฤดูร้อนควรให้กุหลาบถูกแดดนานแค่ 1/2 วันก็พอ อาจจะย้ายที่วางใหม่ หรือ พรางแสงด้วยซาแลน

การให้น้ำ….. ปกติ 1 ครั้งต่อวัน หรือ ประมาณ 1 ลิตรต่อกระถาง 10 นิ้ว แต่ฤดูร้อน อากาศแห้งมาก อาจต้องเพิ่มเป็น 2 ครั้งต่อวัน

การให้ปุ๋ย…..
– ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15 หรอ 16-16-16 หรือ 14-9-20 หรือ 15-5-20 หรือ 21-9-24
– ปุ๋ยคอก (มูลสัตว์) ขี้ไก่ (แบบอัดเม็ด จะดีกว่าจากฟาร์ม เพราะเวลารดน้ำจะกลิ่นเหม็นมาก) ขี้วัว (ต้องใช้ปริมาณมากกว่าขี้วัว แต่ข้อเสีย เรื่องวัชพืชที่ตามมา)
– ปุ๋ยคอก มีแร่ธาตุอาหารน้อยกว่าปุ๋ยเคมี จึงควรใช้ปุ๋ยคอกและเคมีสลับกัน โดยใช้ปุ๋ยคอกประมาณ 3-4 เดือนครั้ง เพื่อแก้ปัญหาดินแข็ง เหนียวจากปุ๋ยเคมี และทุกๆ 6 เดือน
– ปูนโดโลไมท์ (มีแคลเซียมและแมกนีเซียม) ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ต่อกระถาง 10-12 นิ้ว เพื่อแก้ความเป็นกรดจากปุ๋ยเคมี
– เมื่อใส่ปุ๋ยแล้วควรรดนำทันที เพื่อไม่ให้เข้มข้นตรงจุดใดจุดหนึ่งมากไป ทำให้รากเสียหาย ปุ๋ยเคมีควรใส่น้อยๆ แต่บ่อยๆ ไม่ควรใส่มากเกินไปเพราะจะทำให้ขอบใบไหม้ และตายได้

การตัดแต่ง…..
– ต้นใหม่ ตัดแต่งกิ่งลีบ เล็ก ที่เป็นกิ่งรุ่นแรกๆ ออกที่โคนกิ่ง เหลือไว้แต่กระโดงใหญ่ๆ
– ต้นที่โตแล้ว ตัดกิ่งผอม กิ่งเป็นโรค บิดงอ กิ่งที่ง่ามแคบ หรือกิ่งที่พุ่งเข้าในพุ่ม กิ่งแก่ที่ไม่แตกยอดดอกอีกแล้วทิ้ง
– ดอกโรย ควรรีบตัดออกเพื่อไม่ให้เสียอาหารต่อไป ถ้าเป็นกุหลาบก้านยาวควรตัดเอาความยาวออกครึ่งนึ่งของความยาวก้าน หรือต่ำลงมาจนถึง 5 ใบชุด ไว้ซัก 2-3 ชุด
– การตัดแต่งประจำปี ควรทำปีละ 2 ครั้ง ในเดือนตุลาคม (ก่อนหนาว) และเดือนเมษายน (ก่อนฝน) เป็นการตัดแต่งเพื่อให้ตั้งพุ่มใหม่ เพื่อลดความสูง โดยตัดกิ่งกระโดงให้สั่นลงเหลือประมาณ 30-40 ซม. ถ้าต้นแข็งแรง แต่ถ้ามีกิ่งกระโดงมาก ก็ให้ตัดกิ่งแก่ออกเสียบ้าง

การเปลี่ยนกระถาง….. ทำปีละ 1 ครั้ง อาจทำพร้อมการตัดแต่งช่วงเดือนเมษายน โดยควักดินรอบๆขอบกระถางออกส่วนหนึ่ง หรือ ถอดออกทั้งต้นแล้วเปลี่ยนดินใหม่

โรค และ แมลง…..
– เพลี้ยไฟ เป็นแมลงตัวเล็กแหลมเหมือนเข็ม ซ่อนอยู่ใต้กลีบดอก ทำให้ยอดอ่อนหงิกงอ ดอกด่าง
– ไรแดง เป็นแมลงมุมตัวเล็ก สีเหลืองส้ม อยู่ใต้ใบ ดุดกินน้ำเลี้ยงจนใบซีด ขุ่นมัว
– ใบจุดสีดำ ที่มีขอบพร่า ทำให้ใบเหลืองหลุดร่วง จะเริ่มมีอาการจากใบแก่ที่โคนต้นขึ้นมา
– ราน้ำค้าง เป็นปื้นๆ จุดสีน้ำตาลม่วงเป็นที่ยอดอ่อน ทำให้ใบร่วงตั้งแต่ยังเขียว
– ราแป้ง เหมือนผงสีขาวเหมือนแป้งจับ ใบหงิกพองเหมือนข้าวเกรียบว่าว
ราสีเทา (บอไทรทิส) กลีบนอกจะเหี่ยว และ เป็นรา ดอกไม่ยอมบาน
– แคงเกอร์ ทำให้กิ่งเนแผลวงกลมสีน้ำตาลของเหลือง ส่วนมากเป็นที่โคนกิ่ง กิ่งแก่ ในที่สุดจะลามเหลืองทั้งกิ่ง แห้งดำ และลุกลามจนต้นตาย

การควบคุมโรค และ แมลง….. ควรพ่นยาอย่างน้อย 10 วันครั้ง
– หนอน และ แมลงปีกแข็ง ใช้ เมโธมิล หรือ ไซเปอร์เมทริน ถ้าไม่ใช้สารเคมีก็ต้องควรจับทิ้งด้วยมือ
– เพลี้ยไฟ ใช้ อิมิดาคลอร์ปิด ถ้าไม่ใช้สารเคมีก็ต้องตัดดอก ทำลายทิ้ง
– ไรแดง ใช้ อะบาแมกติน หรือ ทอร์ค ถ้าไม่ใช้สารเคมีก็ต้องฉีดลางด้วยน้ำใต้ใบ
– โรคใบจุดดำ (ฤดูฝน) ใช้แมนโคแซบ หรือ ดาโคนิล หรือ ไตรโฟไรน์ ถ้าไม่ใช้สารเคมีก็ต้องคลุมด้วยหลังคาพลาสติก
– ราน้ำค้าง (ฤดูหนาว) ใช้เมทาแล็กซิล + แมนโดคเซ็บ ถ้าไม่ใช้สารเคมี ไม่มีข้อแนะนำ
– ราแป้ง (กลางวันร้อน กลางคืนเย็น) ใช้ไตรโฟไรน์ หรือ แอนวิลล์ ถ้าไม่ใช้สารเคมีก็ต้องพ่นด้วยน้ำ
– ราสีเทา ใช้ไตรไฟไรน์ หรือ รอฟรัล ถ้าไม่ใช้สารเคมี ไม่มีข้อแนะนำ
– แคงเกอร์ ไม่มียารักษา ใช้วิธีตัดทิ้งห่างๆจากกิ่งที่เป็นมากๆ

การฟื้นฟูกุหลาบที่ทรุดโทรม….. โดยเฉพาะต้นที่เป็นโรคใบจุดดำ ใบจะร่วงหมด ทำให้ต้นขาดอาหาร แต่ถ้ายังปล่อยให้ออกดอก จะทำให้ต้นอ่อนแอหนัก วิธีง่ายๆ ให้ตัดดอกทิ้งให้หมด เด็ดยอดอ่อนที่มีใบ 3 ใบชุดทิ้ง รวมถึงมีดอกติดมาทิ้ง หมั่นสังกตว่า ถ้ายอดใหม่ที่ออกมาหลังการเด็ดยังไม่แข็งแรง ก็ต้องเด็ดซ้ำจนว่าจะได้ยอดที่แข็งแรง และควรงดปุ๋ยจนกว่ากุหลาบจะริ่มแตกใบ

**** สรุปว่า ทั้ง 2 สูตร สะดวกสูตรไหน ก็เลือก ใช้กันนะ และขอให้มีความสุขกับการปลูกกุหลาบนะคะ ****